Get Adobe Flash player

SFbBox by website

บ้านเณรบางช้าง 1 (สมัยพระสังฆราชดือปองด์)
        
 พระสังฆราชปัลเลอกัวได้ถึงแก่มรณภาพ  เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ค.ศ.1862 อายุ 58 ปี อยู่ในตำแหน่งพระสังฆราช 24  ปี คุณพ่อดือปองด์ได้รับหน้าที่ดูแลมิสซังต่อมา จนกระทั่งได้รับการอภิเษกเป็นพระสังฆราช  เมื่อวันที่ 9  กันยายน ค.ศ.1865  ท่านได้ขยายงานของมิสซังออกไปอย่างกว้างขวางมาก อาศัยพระสังฆราชปัลเลอกัวได้วางรากฐานไว้อย่างดีมาก ในทำนองเดียวกัน ท่านก็พยายามขยับขยายบ้านเณรด้วย  แต่บริเวณของบ้านเณรนั้นคับแคบมาก  ไม่สามารถขยายออกไปได้อีก เนื่องด้วยบ้านเณรนี้ตั้งขึ้นในสมัยพระสังฆราชการ์โนลต์ ปี ค.ศ.1802 และในปี ค.ศ.1820  พระสังฆราชฟลอรังส์ ได้สร้างวัดอัสสัมชัญขึ้นเป็นหลังแรก สำหรับสัตบุรุษชาวจีนที่ทำสวนอยู่ข้างๆ บ้านเณร มาในปี ค.ศ.1865 จำนวนสัตบุรุษเพิ่มขึ้นมากแล้ว พระสังฆราชดือปองด์ได้ตั้งคุณพ่อสมิธเป็นเจ้าอาวาสวัดอัสสัมชัญเป็นองค์แรก



     แต่เดิมมาพระสงฆ์ที่ปกครองเณรและอุปสังฆราช  ช่วยดูแลสัตบุรุษด้วย เพราะมีคริสตังไม่กี่ครอบครัว  แต่บัดนี้จำนวนคริสตังเพิ่มขึ้น  จึงต้องขยับขยายบ้านเณรไปอยู่ที่อื่น บรรดาพระสงฆ์จึงออกความคิดเห็น แนะนำให้ย้ายบ้านเณรไปอยู่ที่บางช้าง บางนกแขวก เพราะที่ดินกว้างขวาง เป็นที่สงบและอาหารข้าวปลาอุดมสมบูรณ์ คุณพ่อราบาแดล เจ้าวัดบางนกแขวกได้รับธุระสถานที่ และช่วยจัดสร้างบ้านเณรให้ เมื่อปี ค.ศ.1871 และในปี ค.ศ.1872 พระสังฆราชดือปองด์ ได้สั่งให้ย้ายเณรไปอยู่ที่บ้านเณรใหม่  ที่บางช้าง  ตรงข้ามกับวัดบางนกแขวก 

 

บางช้างคือ ตำบลหนึ่งของอำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำกลอง ปัจจุบันรู้จักกันในนามบางนกแขวกมากกว่า ตัวบ้านตั้งอยู่ตรงข้ามวัดคาทอลิกบางนกแขวก บนเนื้อที่สิบกว่าไร่ รายล้อมไปด้วยสวนมะพร้าวและผลไม้นานาชนิด ประกอบด้วยอาคารก่ออิฐ ถือปูนขนาดใหญ่สองหลัง ตรงกลางคืออาคารประธาน มีลักษณะเป็นรูปตัวที(T) เส้นนอน คือ ตัวบ้านเณร เป็นอาคารก่ออิฐปูนสองชั้น ทรงโรมัน ชั้นบนพื้นเป็นไม้สัก ชั้นล่างปูกระเบื้อง ชั้นบนใช้เป็นห้องนอน ชั้นล่างใช้เป็นห้องเรียน ตรงกลางหน้าเป็นหน้ามุขเชื่อมต่อกับเส้นตั้งคือส่วนอาคารใช้เป็นวัด พระแท่นบุด้วยหินอ่อน หน้าต่างเป็นกระจกสีงดงามมาก  ภายในมีระเบียงกว้างเชื่อมห้องต่างๆ ทั้งสองชั้นอยู่สบาย และอากาศถ่ายเทสะดวก สถาปนิกที่ออกแบบ และวิศวกรที่คำนวณต้องเป็นคนเก่งมากทีเดียว

       เมื่อหันหน้าลงแม่น้ำทางด้านขวามือ คือ อาคารหลังที่สอง  ชั้นบนคือที่พักพระสงฆ์  ชั้นล่างคือห้องรับประทานอาหาร เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนเช่นเดียวกัน ส่วนทางด้านซ้ายมือคือ โรงพลศึกษา ตรงกลางคือสนามเอนกประสงค์ มีต้นจามจุรีขนาดใหญ่ปลูกเป็นแถวขึ้นครึ้ม ให้ความร่มรื่นทั่วไป ถัดไปตรงริมแม่น้ำ  คือถ้ำแม่พระเมืองลูรด์จำลองสร้างด้วยหินก้อนใหญ่ๆ ด้านซ้ายของถ้ำเป็นที่ประดิษฐานของรูปแม่พระ ตรงกลางเป็นพระแท่น ใช้เป็นที่ตั้งศีลมหาสนิทในวันฉลองพระกายา สุดเขตตรงขวาสุดติดแม่น้ำคือ โรงครัวและที่อยู่ของภคินี พูดโดยสรุปแล้ว ทั้งสิ่งปลูกสร้างทั้งสิ่งแวดล้อมให้บรรยากาศของอาศรม หรือสำนักนักบวชอย่างแท้จริง สงบ และวิเวกวังเวง

       บ้านเณรพระหฤทัยแห่งพระเยซูเจ้า เริ่มขึ้นในปี ค.ศ.1872  โดยมีคุณพ่อฟ็อกเป็นอธิการ มีคุณพ่อซาลาแดง กับคุณพ่อโกโลมเบต์  เป็นผู้ช่วย ในปี ค.ศ.1874  มีเณรใหญ่ 7 คน เณรเล็ก 31 คน  และยังมีเณรใหญ่ที่ปีนังอีก 11 คน  ในปี ค.ศ.1880 ได้มีการบวชพระสงฆ์เป็นองค์แรกที่บ้านเณรพระหฤทัยบางช้างคือ คุณพ่อยอแซฟ พริ้ง หลานของสมภารปาน ผู้ก่อตั้งวัดพระหฤทัย วัดเพลง  พระสงฆ์องค์นี้ได้สมัครไปทำงานที่ภาคอีสาน และถึงแก่กรรมที่นั่น ในปี ค.ศ.1881 คุณพ่อโปรดิน และคุณพ่อยอแซฟ พริ้ง ได้สมัครไปทำงานในปีนี้ด้วย

       ในปี ค.ศ.1883 คุณพ่อฟ็อก ซึ่งไปทำงานอยู่ในประเทศจีนชั่วคราว ได้กลับมาอยู่กับพวกเณรที่บางช้างอีก และได้อยู่ทำงานที่นี่ถึง 10 ปี  ในปี ค.ศ.1886  มีการบวชพระสงฆ์ใหม่ที่บ้านเณร เป็นรุ่นที่ 2 อีก 4 องค์  เวลานั้นมีเณรทั้งหมดในบ้านเณร 42 คน และที่กำลังฝึกงานตามวัดอีก 15  คน

(ข้อมูลจากหนังสืออนุสรณ์อาสนวิหารแม่พระบังเกิดบางนกแขวก โอกาสฉบับสมโภช 100 ปี)

 

 

 

สถิติการเยี่ยมชม

00502473
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
Last Week
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
8
87
286
190220
2093
3790
502473
Your IP: 34.204.176.189
2019-09-18 01:35